Make your own free website on Tripod.com
เรื่องลูกหนี้
ประเภทของลูกหนี้
1.  ลูกหนี้การค้า  ได้แก่ คนที่ซื้อสินค้าหรือบริการเป็นเงินเชื่อจากกิจการ  เกิดจากการดำเนินงานตาม
     ปกติของธุรกิจ
2.  ลูกหนี้อื่นๆ  ได้แก่ ลูกหนี้ที่ไม่เกิดจากการดำเนินงานอันเป็นปกติของธุรกิจ  เช่น  พนักงานมาขอกู้
     ยืมเงินจากกิจการ  เราก็ต้องตั้งเป็นลูกหนี้  แต่แยกต่างหากไม่เกี่ยวกับบัญชีลูกหนี้การค้า  หรือ 
     กรรมการบริษัท / บริษัทในเครือมาขอกู้เงิน  เราก็ต้องแยกบัญชีออกจากกันเป็นแต่ละบัญชี
3. รายได้ค้างรับ  ได้แก่  รายได้ที่ควรจะบันทึกเป็นรายได้ของงวดบัญชีนั้น  แต่ยังไม่ได้รับเป็นตัวเงิน 
     จึงต้องตั้งค้างรับไว้ก่อน เช่น ดอกเบี้ยค้างรับ  เงินปันผลค้างรับ
** ตำราบางเล่มอาจแบ่งลูกหนี้เป็น 2 ประเภทคือ ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่นๆ  โดยถือรายได้ค้างรับเป็นประเภท
    เดียวกันกับลูกหนี้อื่นๆ 
การบันทึกบัญชี เมื่อเกิดรายการลูกหนี้การค้าขึ้น เราจะบันทึกบัญชีในสมุดรายวันขั้นต้น ดังนี้
  Dr.  ลูกหนี้การค้า  xxx 
        Cr.  ขาย  xxx 
(บันทึกการขายสินค้าเป็นเงินเชื่อ)
  Dr.  เงินสด  xxx 
        Cr.  ลูกหนี้การค้า  xxx 
(บันทึกรับชำระเงินสดจากลูกหนี้การค้า)
จากการบันทึกบัญชีในสมุดรายวันขั้นต้น  ก็ต้องผ่านรายการไปยังบัญชีแยกประเภท - ประเภทลูกหนี้คงเหลือ 
ณ วันสิ้นงวดบัญชี   ซึ่งอาจประกอบไปด้วยลูกหนี้ที่ถึงกำหนดชำระแล้วก็มี  หรือ ลูกหนี้ที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระก็มี
ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขการชำระเงิน (credit terms) ที่เราให้กับลูกหนี้แต่ละราย 
      บัญชีแยกประเภท - ลูกหนี้      
  25x1   25x1  
  ม.ค. 01 ยอดยกมา xxx มิ.ย. 30 เงินสด xxx  
  พ.ค. 27 ขาย xxx ธ.ค. 31 ยอดยกไป xxx   ***
  xxx xxx  
               
*** ยอดยกไปของบัญชีลูกหนี้ จะต้องไปปรากฏอยู่ในงบดุล  ซึ่งหมายถึงยอดรวมของลูกหนี้ทั้งหมดที่เรายัง
เก็บเงินไม่ได้   
แต่ในมาตรฐานการบัญชีเกี่ยวกับเรื่องลูกหนี้นั้น บอกไว้โดยสรุปได้ว่า ....
               "การแสดงในงบดุลนั้น  ควรแสดงลูกหนี้ด้วยยอดเงินที่คาดว่าจะเรียกเก็บเงินได้เท่านั้น  
หากมีลูกหนี้ที่คาดว่าเมื่อครบกำหนดแล้วจะเก็บเงินไม่ได้  กิจการจะต้องตั้งประมาณการไว้  และนำไป
แสดงยอดหักจากยอดลูกหนี้ ณ วันสิ้นงวดบัญชี"
เราต้องมาคำนวณหาประมาณการจำนวนหนี้ที่คาดว่าจะเก็บเงินไม่ได้ว่า มีจำนวนอยู่เท่าไร  แล้วทำการปรับปรุง
ดังนี้
  Dr.  หนี้สงสัยจะสูญ  xxx 
        Cr.  ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ  xxx 

นักศึกษาควรระวัง อย่าจำชื่อบัญชีทั้งสองนี้ สลับกัน

หนี้สงสัยจะสูญ (Doubtful accounts)    เป็นบัญชีด้านเดบิท
เป็นบัญชีประเภทค่าใช้จ่าย  จะถูกโอนปิดเข้าบัญชีกำไรขาดทุน รับรู้เป็นค่าใช้จ่ายของ
ของงวดบัญชีนั้น
ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ (Allowance for doubtful accounts)      เป็นบัญชีด้านเครดิต
ถึงแม้จะมีคำว่า "ค่า" นำหน้า  แต่ไม่ใช่ค่าใช้จ่าย  บัญชีนี้ จัดเป็นบัญชีประเภท  บัญชีปรับ-
มูลค่า (Valuation Account)  นั่นคือ จะต้องแสดงเป็นรายการหักออกจากยอดลูกหนี้ในงบดุล  และ
จะถูกยกยอดไปในงวดบัญชีถัดไป
* * * * * * * * * * * * * * * *